53502 คำถามจาก smartboyshopping email: smartboyshopping@gmail.com วันที่ตั้งกระทู้ 30/08/23

รายละเอียดคำถาม


: กีฬาเพาะกาย นับได้ว่าเป็นหนึ่งกีฬายอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะนิยมในชาย แต่ปัจจุบันผู้หญิงก็หันมาสนใจกีฬานี้มากขึ้น และเมื่อพูดถึงกีฬานี้ สิ่งหนึ่งที่นักเพาะกายหลายคนมีคำถามคือ ในขณะที่เราเพาะกายถ้าอยากให้ได้กล้ามที่ไวขึ้น จำเป็นมั้ยที่ต้องใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน อย่างเช่นถ้าเป็นแบบทานก็จะมียี่ห้อ Testos ทำความเข้าใจ ยา Testos 40 หรือ Testosterone คืออะไรก่อน Testos คือ ยาฮอร์โมนมีตัวยาสำคัญชื่อ เทสโทสเตอโรน อันเดคคาโนเอด (Testosterone Undecanoate) ขนาด 40 มก ตัวยาเดียวกับ Andriol testocap แบบรับประทาน จัดอยู่ใน กลุ่มยา Steroid Sex Hormone ประเภท Anabolic steroid คือเป็นยาสเตียรอยด์สังเคราะห์ที่มีความสามารถในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย ซึ่งเจ้าตัว Testosterone Undecanoate โดยเมื่อเรารับประทานเข้าไปโดยยาจะถูกดูดซึมผ่านผนังกระเพาะและลำไส้เล็ก (Gastrointestinal tract) เข้าสู่ระบบเลือด ยาจะถูกเข้าไปกักเก็บตามชั้นไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ร่วมถึงบริเวณตับ เมื่อผ่านเข้าไปในตับร่างกายจะเกิดกระบวนการ Hydrolysis โดยเอนไซม์ Esterases เปลี่ยนเป็น Testosterone ที่เป็นฮอร์โมนเหมือนกับฮอร์โมนตามธรรมชาติในร่างกายของเราเข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้งนั้นเอง หากต้องการให้กล้ามขึ้นไว จำเป็นมั้ยต้องกิน Testos หรือเปล่า ถ้าเราพูดถึงหลักของการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ คนที่เพาะกายมานานจะเข้าใจดีว่าหลักสำคัญ นั้นคือ (อาหาร + กับการฝึกฝนกล้ามเนื้อ + การพักผ่อน) ยาที่รับประทานจะเป็นตัวปัจจัยเสริมมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายาจะไม่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้เลยซะทีเดียว เพราะก็มีงานวิจัยมากมายที่พูดถึงการใช้ยาตัวนี้กับผลลัพธ์ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเสริมก็สามารถช่วยให้การเสริมสร้างกล้ามเนื้อดีขึ้น จากรูปการทดลองทางคลินิกด้านล่างและอีกหลายๆ Clinical trial ทั้งการเปรียบเทียบในระหว่างที่ใช้ยาแบบไม่มีการผึกฝนกล้ามเนื้อ ก็แสดงให้เห็นว่ายาช่วยเพิ่มความแข็งแรง (Strength Gains) และ มวลของกล้ามเนื้อ (Muscle Mass) ได้มากกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้ยาหลอก (Placebo Group) ข้อควรระวังและข้อห้ามก่อนใช้เทสโทส ระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยานี้ หรือ ส่วนประกอบใดๆของยานี้ ห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบตัน อุดตัน หรือ เคยมีประวัติเป็นโรคนี้ ผู้ที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์และมีการตรวจเช็คไขมันในเลือดสม่ำเสมอระหว่างใช้ยานี้ ห้ามรับประทานในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม ห้ามรับประทานในผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และ ผู้ที่รักษาต่อมลูกหมากโต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ห้ามรับประทานในผู้ที่เป็นโรคตับ หรือ มะเร็งตับ คนที่ปวดหัวไมเกรน เป็นประจำควรระมัดระวังการใช้ ผู้ที่ปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ สำหรับผู้ที่รักษาด้วยยาฮอร์โมนอื่นๆอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ประโยชน์อื่นๆของเทสโทส นอกจากเรื่องกล้ามเนื้อ ใช้เสริมฮอร์โมนเพศชาย สำหรับผู้ที่ขาดฮอร์โมน ผู้หญิงข้ามเพศ ที่ต้องการเสริมฮอร์โมนเพศชาย ช่วยลดอาการวัยทอง สำหรับท่านชายที่มีอาการวัยทอง ช่วยเพิ่มความทนทาน ขณะออกกำลังกาย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศของท่านชาย ผลข้างเคียง ผิวมันง่าย สิวขึ้น (พบบ่อย) ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย (พบบ่อย) นอนไม่ค่อยหลับ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ อารมณ์แปรปรวน ระดับความดันและน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น (พบบ่อย) มีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น ระดับไขมันคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น (พบบ่อย) ความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง (Haemacrit) สูงขึ้น ทำให้ขนาดของต่อมลูกหมากโตขึ้นในผู้สูงอายุ การหายใจติดขัดในบางราย ปฏิกิริยากับยาอื่นๆ โดยส่วนใหญ่ยาที่จะเกิดปฎิกริยากับตัว Testos นั้นมักจะเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับโรคที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน และ โรคทาง Metabolic syndrome ที่เกี่ยวข้องกับตัวยา Testosterone โดยเราพบปฏิกิริยาระหว่างยาอื่นๆได้ถึง 168 ชนิดได้เลย สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ link นี้ได้เลย คลิก โดยยาที่อาจที่เราจะเจอได้บ่อยมีดังนี้ Levothyroxin Fluconazole Insulin Warfarin ยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม Statin ยาสำหรับผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ การหยุดยาและถอนยา สำหรับคนที่ใช้ยามาในระยะสั้น การหยุดยา อาจจะไม่ได้ส่งผลกับร่างกายมาก หลังจากหยุดยา แต่สำหรับผู้ที่รับประทานเทสโทสมาเป็นเวลานานอาจส่งผลข้างเคียงกับร่างกายได้หากทำการหยุดยาทันที เนื่องจากระหว่างที่ร่างกายได้รับยาฮอร์โมนอยู่นั้น จะส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติถูกกดไว้ในระดับหนึ่งเช่นกัน แต่ระหว่างที่ทานยาเราอาจจะไม่รู้สึกอะไร เพราะร่างกายได้รับฮอร์โมนตัวนี้จากยา แต่หากเราหยุดยาทันที ร่างกายจะยังไม่สามารถสร้างเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติกลับมาได้ทันที จะทำให้ร่างกายเกิดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ต่ำกว่าปกติ หรือ อาจจะต่ำกว่าตอนก่อนเริ่มรับประทานยาด้วยซ้ำ จึงส่งผลให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เหมือนกับการขาดฮอร์โมนนี้ เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดหัว ความรู้สึกทางเพศลดลง การเก็บรักษา เก็บยาในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็ง ควรเก็บยาไว้ในแผงยา หลีกเลี่ยงการถูกแสง เก็บยาให้ห่างจากมือเด็ก และสตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทานยานี้หากยาหมดอายุแล้ว ควรถึงยาที่หมดอายุ ในที่มิดชิด
ยังไม่มีใครตอบคำถาม
ร่วมตอบคำถาม
ชื่อ

รายละเอียด

อีเมล์