Welcome to J4KIDS ,ที่ล๊อค,กันมุม,ที่กั้นประตู,อุปกรณ์ล๊อค,ของใช้เด็ก,ของเด็ก,กันกระแทก,เก็บสายไฟ,ที่อุดรูปลั๊ก,child ,safety,baby,kid,kids,jene, j4kids,j4kid
.: ยินดีต้อนรับเข้าสู่ร้าน J4KIDS shop
 
Thai || Eng    admin  

Welcome to J4KIDS ,ที่ล๊อค,กันมุม,ที่กั้นประตู,อุปกรณ์ล๊อค,ของใช้เด็ก,ของเด็ก,กันกระแทก,เก็บสายไฟ,ที่อุดรูปลั๊ก,child ,safety,baby,kid,kids,jene, j4kids,j4kid
เมนูหลัก
เกี่ยวกับเรา
วิธีการสั่งซื้อ
วิธีการชำระเงิน
วิธีการรับสินค้า
บทความ
Webboard
code แลกลิงค์
สมัครสมาชิก
แผนที่ร้านค้า
คำนวณค่าขนส่ง
ค้นหาสิ่งของจากไปรษณีย์


เพื่อนบ้าน





Stat

ผู้ชมทั้งหมด
69560 ครั้ง
เปิดร้านตั้งแต่
29 พ.ค.2551


บทความ

ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Baby car seat)จำเป็นไม๊?

ที่นั่งนิรภัย หรือ ที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก เป็นนวัตกรรม ที่ส่งผลลดการเสียชีวิตของเด็กจากการเดินทางด้วยรถยนต์อย่างมาก

• ในประเทศพัฒนา ไม่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และในยุโรปตะวันตก ได้มีกฎหมายบังคับและคำแนะนำการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กมานานหลายปีแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งการให้คำแนะนำและแนวทางการลดการบาดเจ็บโดยใช้ที่นั่งนิรภัย

• สำหรับเด็กตั้งแต่ปีค.ศ. 1983 มีการศึกษาที่พบว่า ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กจะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในทารกถึงร้อยละ 69 และเด็กอายุ 1-4 ปี ร้อยละ 47

• ขณะเดียวกันจะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเด็กอายุมากกว่า 5 ปี ได้ร้อยละ 45 และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ รุนแรงร้อยละ 50

ในประเทศไทย เด็กๆมีความจำเป็นต้องเดินทาง และใช้เวลาอยู่ในการเดินทางนานๆ ที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กมีความจำเป็นในการใช้งานมาก เด็กจะอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยจากอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวที่จะรั้งเด็กให้อยู่กับที่นั่งอย่างปลอดภัยเมื่อมีการเบรกกะทันหัน ทำให้ผู้ปกครองสามารถเดินทางโดยลำพังกับเด็กๆได้ ไม่ต้องกังวลในการขับขี่รถยนต์

ปัจจุบัน ที่นั่งนิรภัยมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย เพียงแต่ต้องเลือกขนาดที่นั่งให้เหมาะสมกับ นน.ของเด็ก จึงจะได้ประโยชน์ด้านความปลอดภัย สูงสุด

การศึกษาผลจากอุบัติเหตุ

รถยนต์ชนรุนแรงในเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปี จำนวนถึง 5,972 คน พบว่าเด็กที่ไม่ได้รับการยึดเหนี่ยวไว้จากที่นั่งนิรภัยหรือเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธีจะเสียชีวิต ในอุบัติเหตุที่รุนแรงเป็น 2 เท่าของเด็กที่ถูกยึดเหนี่ยวไว้อย่างถูกวิธี

มีการศึกษาที่ประเทศกรีกในเด็กอายุ 0-4 ปีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ และถูกนำส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พบว่า ความเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บของเด็กที่ไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเท่ากับ 3.3 เท่า เทียบกับเด็กที่อยู่ในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก

จากการวิเคราะห์ของผู้วิจัย ประมาณว่า 2 ใน3 ของการบาดเจ็บในเด็กจะถูกป้องกันได้ถ้ามีการบังคับใช้ที่นั่ง นิรภัยสำหรับเด็กในรถอย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการลดการบาดเจ็บก็ขึ้นกับวิธีการใช้ที่ถูกต้องด้วย หากใช้ผิดวิธีจะเกิดผลเสียได้

การติดตั้งที่นั่งนิรภัยทารก ..ต้องติดตั้งโดยหันหน้าไปด้านหลังรถเท่านั้น

ที่นั่งนิรภัยนี้มีหลายแบบ ต้องใช้ให้เหมาะสมกับอายุและขนาดของเด็ก เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีหรือน้ำหนักน้อยกว่า 13 กิโลกรัม ต้องใช้ที่นั่งนิรภัยทารก (infant seat)หรือ ที่นั่งนิรภัยทารกและเด็กเล็ก (convertible seat) ที่ใช้กับเด็กอายุ 1-5 ปีได้ด้วย แต่ต้องใช้บนที่นั่งด้านหลังและหันหน้าไปทางด้านหลังเท่านั้น

การนั่งหันหน้าไปทางด้านหลังรถนี้จะช่วยลดการบาดเจ็บจากการหยุดกระทันหันและชนสิ่งกีดขวางด้านหน้า กลไกการชนดังกล่าวจะทำให้ศีรษะเด็กทารกที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว สะบัดไปทางด้านหน้าเท่ากับความเร็วของรถในขณะรถหยุด และสะบัดไปทางด้านหลังเมื่อรถมีการชนกระแทก การสะบัดนี้จะทำให้เกิดการหักของกระดูกต้นคอและกดทับไขสันหลังได้

ห้ามใช้ที่นั่งนิรภัยในเบาะหน้าร่วมกับถุงลมนิรภัย

การใช้ถุงลมนิรภัยอาจก่ออันตรายแก่เด็กที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ มีรายงานของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (Center for Disease Control) ถึงการเสียชีวิตของเด็กอายุ 3 สัปดาห์ - 9 ปีที่เกิดจากถุงลมนิรภัยจำนวน 26 รายในเวลา4 ปี ดังนั้นเด็กที่อายุน้อยกว่า 10ปี จึงไม่ควรให้นั่งด้านหน้าข้างคนขับ รวมถึงทารกที่ใช้ที่นั่งนิรภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีถุงลมนิรภัย

ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาอุบัติเหตุรถยนต์ที่มีเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปีอย่างน้อย 1 คนในรถและเป็นอุบัติเหตุที่มีความรุนแรงอย่างน้อยมีผู้บาดเจ็บ 1 คนถูกนำส่งโรงพยาบาล พบว่า 13 ใน 120 รายมีเด็กนั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ และพบว่าเด็ก 9 ใน 13 รายนี้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และ5 ใน 9 รายนี้ เป็นอุบัติเหตุที่มีความเร็วต่ำ (delta V <20mph) และการบาดเจ็บน่าจะเกิดจากมีถุงลม 3 ใน 5 รายนี้เสียชีวิต อีก 2 รายบาดเจ็บรุนแรง

นั่งเบาะหลังมีปลอดภัย ลดความเสี่ยง 5 เท่า

มีการศึกษาที่ประเทศกรีกในเด็ก 129 ราย อายุ 0-11 ปีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์และถูกนำส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พบว่าความเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บของเด็กที่นั่งด้านหน้าและไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยเด็กเท่ากับ 5 เท่า เมื่อเทียบกับเด็กที่นั่งด้านหลังและไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยเด็ก

การศึกษาฐานข้อมูล FARS ในปี ค.ศ. 1988-95 เปรียบเทียบความเสี่ยงของเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง พบว่าผู้นั่งด้านหลังมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลง ร้อยละ 35 ในรถที่ไม่มีถุงลมนิรภัย และลดลงร้อยละ 46 ในรถที่มีถุงลมนิรภัย

สำหรับสำหรับผู้นั่งข้างคนขับ หากยังไม่มีที่นั่งนิรภัย เด็กอายุน้อยกว่า 10 ปีทุกรายต้องนั่งด้านหลังเท่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงลงประมาณ5 เท่า

Welcome to J4KIDS ,ที่ล๊อค,กันมุม,ที่กั้นประตู,อุปกรณ์ล๊อค,ของใช้เด็ก,ของเด็ก,กันกระแทก,เก็บสายไฟ,ที่อุดรูปลั๊ก,child ,safety,baby,kid,kids,jene, j4kids,j4kid
สมาชิกเข้าระบบ
Username
Password

สมัครสมาชิกใหม



      ไม่มีรายการสั่งซื้อ

สินค้าเด่น


ไม่มีสินค้าเด่นประจำวัน

 
 


Copyright 2005 siamBig All Right Reserved